จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เสนอโครงการ “ศิลปกรรมศาสตร์” ครั้งแรกในการสัมมนาหัวหน้าแผนกวิชาเรื่อง “การพัฒนาการศึกษาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ระหว่างวันที่ 12 - 14 สิงหาคม 2514 โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.สุขุม ศรีธัญญรัตน์ เป็นประธาน ได้เสนอในที่ประชุมให้ทราบในหลักการบางตอนว่า “โครงการที่เป็นโครงการใหม่ก็คือการพิจารณาจัดตั้งหน่วยวิชาการทางศิลปกรรม ศาสตร์ขึ้นในปี 2517 และการศึกษาข้อมูลเพื่อที่จะดำเนินการจัดตั้งคณะเกษตรศาสตร์ขึ้นในแผนพัฒนา ระยะที่ 4 ซึ่งจะเริ่มปีการศึกษา 2519 เป็นต้นไป ทั้งสองเรื่องนี้ผมเข้าใจว่าเป็นเรื่องที่มหาวิทยาลัยต้องพิจารณาอย่าง รอบคอบและเล็งเห็นการณ์ไกล คำว่าศิลปกรรมศาสตร์ที่ใช้นี้ เราหมายถึง Fine and Applied Arts ซึ่งมีคำแปลแยกกันที่ยังหาคำไทยเหมาะสมมาแปลร่วมกันมิได้ จึงขอใช้คำว่า ศิลปกรรมศาสตร์ไปพลางก่อน หน่วยงานวิชาการทางด้านศิลปกรรมศาสตร์นี้อาจครอบคลุมวิชาการทุกสาขาด้าน ศิลปะอย่างสมบูรณ์ เช่น วิจิตรศิลป์ เนรมิตศิลป์ ศิลปทฤษฎี หรือ ดุริยางค์ และศิลปการแสดง เป็นต้น

          ในจุดที่ดูเหมือนจะเป็นช่องว่างของมหาวิทยาลัยของเราตลอดเวลาคือ เรื่องที่เกี่ยวกับศิลปะ รสนิยม และสุนทรียะ หน่วยงานใหม่ของเรานี้จะประสานงานและเกื้อกูลซึ่งกันและกันกับหน่วยวิชาการ เดิมของเราอย่างไร” และโครงการนี้ได้รับอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยให้จัดอยู่ในแผนพัฒนา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระยะที่ 3 พ.ศ. 2515 - 2519 ในปี 2517 ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำโครงการศิลปกรรมศาสตร์ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน เป็นกรรมการที่ปรึกษา โครงการได้รับการพิจารณาให้อยู่ในแผนพัฒนาระยะที่ 4 พ.ศ. 2520 - 2525 สมัยของศาสตราจารย์ เติมศักดิ์ กฤษณามระ เป็นอธิการบดี โดยหลักการให้จัดตั้งเป็น “คณะศิลปกรรมศาสตร์” ประกอบด้วย 5 ภาควิชาคือ ทัศนศิลป์ นฤมิตศิลป์ ดุริยางคศิลป์ ศิลปการละคร และวรรณศิลป์ ต่อมาคณะกรรมการได้พิจารณาให้ยุบเหลือเพียง 4 ภาควิชาคือ ทัศนศิลป์ นฤมิตศิลป์ ดุริยางคศิลป์และนาฏยศิลป์

          คณะศิลปกรรมศาสตร์ เปิดทำการเรียนการสอนระดับปริญญาตรีเป็นคณะที่ 15 ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยปีการศึกษา 2526 เป็นปีแรก โดยเปิดเพียง 2 ภาควิชาคือ ภาควิชาทัศนศิลป์ และดุริยางคศิลป์ ต่อมา ปีการศึกษา 2528 เปิดรับนิสิตภาควิชานฤมิตศิลป์และปีการศึกษา 2531 เปิดรับนิสิตภาควิชานาฏยศิลป์ ตามลำดับ มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งคณะศิลปกรรมศาสตร์ขึ้นในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อ วันที่ 2 มีนาคม 2527 คณะศิลปกรรมศาสตร์จึงถือเอาวันที่ 2 มีนาคม ของทุกๆ ปี เป็นวันคล้ายวันสถาปนาของคณะ คณะศิลปกรรมศาสตร์ ผลิตศิลปินบัณฑิตที่มีความรู้ ความชำนาญ ด้านทักษะและความคิดสร้างสรรค์ เป็นผู้ริเริ่ม บุกเบิก แสวงหา คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น และเป็นผู้ที่มีความรู้คู่คุณธรรม ศิลปินบัณฑิตจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ สามารถประกอบอาชีพอิสระหรือทำงานในองค์กรเอกชน รัฐวิสาหกิจและราชการได้เป็นอย่างดี

          ภารกิจที่สำคัญของคณะศิลปกรรมศาสตร์นอกจากมีหน้าที่ผลิตบัณฑิตแล้ว ยังต้องทำการอนุรักษ์ ส่งเสริมและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมเพื่อสังคมไทย ปัจจุบันคณะศิลปกรรมศาสตร์ เปิดสอนหลักสูตรระดับปริญญาตรี 1 หลักสูตร คือ หลักสูตรศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต (ศป.บ) ประกอบด้วย 4 ภาควิชา คือ ภาควิชาทัศนศิลป์ ภาควิชานฤมิตศิลป์ ภาควิชาดุริยางคศิลป์ และภาควิชานาฏยศิลป์ ระดับปริญญาโท 2 หลักสูตร คือ 1) หลักสูตรศิลป ศาสตรมหาบัณฑิต (ศศ.ม.) 2 สาขาวิชา คือ สาขาวิชาดุริยางคศิลป์ไทย และสาขาวิชานาฏยศิลป์ไทย 2) หลักสูตรศิลปกรรมศาสตรมหาบัณฑิต (ศป.ม.) 2 สาขาวิชา คือ สาขาวิชานฤมิตศิลป์ และสาขาวิชาดุริยางศิลป์ตะวันตก หลักสูตรระดับปริญญาเอก 2 หลักสูตร คือ 1) หลักสูตรศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต (ศศ.ด.) 1 สาขาวิชา คือ สาขาวิชานาฏยศิลป์ไทย และ 2) หลักสูตรศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต (ศป.ด.)

          คณะศิลปกรรมศาสตร์ผลิตบัณฑิตออกรับใช้สังคมมาเป็นเวลากว่า 24 รุ่น  คณบดีของคณะศิลปกรรมศาสตร์ ได้แก่

          1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทรงคุณ อัตถากร (คณบดีผู้ก่อตั้ง)
 
          2. ศาสตราจารย์ ดร.สุรพล วิรุฬห์รักษ์
 
          3. อาจารย์จรรมนง แสงวิเชียร
 
          4. รองศาสตราจารย์คึกเดช กันตามระ
 
          5. ศาสตราจารย์ ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์
 
          6. รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภกรณ์  ดิษฐพันธุ์ (คณบดีคนปัจจุบัน)

วิสัยทัศน์

คณะศิลปกรรมศาสตร์ มีความเป็นเลิศทางศิลปกรรมศาสตร์ ระดับชาติ และนานาชาติ เป็นเสาหลักและเป็นแหล่งอ้างอิงของแผ่นดิน สร้างเสริมทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพและคุณธรรม พึ่งพาตนเอง เสริมสร้างเครือข่ายและร่วมมือทางวิชาการ สามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง และการพัฒนาที่ยั่งยืนในประชาคมโลก



พันธกิจ

          

  • สร้างบัณฑิตที่มีความรู้และทักษะสูงที่ได้มาตรฐานในระดับนานาชาติ ที่เหมาะสมกับสังคม มีระบบรักษาคุณภาพมาตรฐานการศึกษาในระดับสูงบนเสรีภาพทางวิชาการ
  • สร้างบัณฑิตให้สามารถครองตนอย่างมีคุณธรรม และเป็นผู้นำสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
  • สร้างเสริมให้คณาจารย์ นิสิตบุกเบิกองค์ความรู้ใหม่ และบูรณาการองค์ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคมไทยและสังคมโลก
  • ส่งเสริมและพัฒนาการจัดการองค์กรให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส มีธรรมาภิบาล สามารถพึ่งพาตนเองได้
  • เผยแพร่องค์ความรู้สู่สาธารณะเพื่อช่วยในการพัฒนาสังคมไทยทั้งกายภาพและจิตภาพ เพื่อประโยชน์ของสังคมไทยและสังคมโลก
  • ทำนุบำรุง อนุรักษ์ และสืบสานศิลปวัฒนธรรมไทย

ผังโครงสร้างองค์กร 

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

---แนะนำหน่วยงาน

ข่าวสารและกิจกรรม

หน่วยงานภายใน

วารสารและหน่วยงานวิจัย

หลักสูตรที่เปิดสอน

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง